สรรพคุณของพิษงู

    พิษงู เป็นกลไกทางธรรมชาติสำหรับการป้องกันตัวจากศัตรู และการหาเหยื่อ พิษงูแต่ละชนิดมีความร้ายแรงแตกต่างกันไป นักวิจัยได้ค้นพบว่านอกจากพิษงูจะทำอันตรายต่อสัตว์และมนุษย์แล้ว ยังมีสรรพคุณที่สามารถนำมาใช้ทำยาได้ดีอีกด้วยนักวิจัยได้ศึกษาส่วนประกอบในพิษงู พบว่าส่วนโปรตีนที่มีประโยชน์ในพิษงู สามารถนำมาทำได้ทั้งยาต้านมะเร็ง ยาโรคหัวใจ โรคเบาหวาน หรือในวงการเครื่องสำอางเอง หลากหลายแบรนด์นำส่วนประกอบในพิษงูมาผสมในเครื่องสำอางเพื่อช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยให้ผลคล้ายคลึงกับการใช้โบท๊อกซ์ จากการวิจัยโปรตีน mambalginsของงู Black mamba หนึ่งในงูที่มีพิษร้ายแรงนั้น พบว่าพิษของงูชนิดนี้สามารถนำมาทำเป็นยาระงับปวดที่ออกฤทธิ์กับประสาทส่วนรับรู้ความเจ็บปวด(Pain signal) ซึ่งความสามารถในการระงับความปวดนี้มีคุณสมบัติเทียบเท่ามอร์ฟีนเลยทีเดียว นักวิจัยได้ทดลองฉีดโปรตีน mambalginsในหนูก่อนโยนลงบ่อน้ำร้อน พบว่า mambalgins สามารถระงับความเจ็บปวดได้จริง และไม่มีผลข้างเคียงใดๆ เช่น การดื้อยา หรือระบบหายใจติดขัด ซึ่งในอนาคตเราคงได้เห็นงานวิจัยใหม่ๆ ที่ศึกษาเกี่ยวกับการออกฤทธิ์ของ mambalgins กับมนุษย์ต่อไป ส่วนประกอบในพิษงูที่สามารถนำมาทำยา ยังมีความน่าสนใจให้กับนักวิจัยทั่วโลกได้ทดลอง คิดค้น กันอย่างละเอียดเพื่อประโยชน์ในวงการสุขภาพ อนาคตอันใกล้นี้เราจะมียาที่มีประสิทธิภาพที่ดีเยี่ยม นำมาบรรเทาโรคที่มีความเจ็บปวดทรมาน ใช้รักษาโรคที่หมดทางรักษา หรือแม้กระทั่งนำมาเสริมสร้างสุขภาพป้องกันโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ซึ่งหากผ่านการวิจัยและทดสอบอย่างดีแล้ว เราคงได้เห็นยาอีกมากมายที่ทำมาจากพิษงู

การแพทย์ในอดีต-ปัจจุบัน

    การแพทย์แผนไทยหรือการแพทย์แผนโบราณเป็นความรู้ที่สืบทอดต่อ ๆ กันมาจากภูมิปัญญาของบรรพบุรุษ จากในอดีตที่ไม่มีเทคโนโลยีทันสมัยเข้ามาให้การช่วยเหลือ ชาวบ้านที่เจ็บป่วยจึงต้องหันไปพึ่งพาหมอที่อยู่ตามชุมชนหมู่บ้าน ซึ่งหมอเหล่านี้ก็มีการนำเอาความรู้มาจากตำราบันทึกประสบการณ์ และการบอกเล่าจากหมอรุ่นเก่า กลายเป็นที่พึ่งพิงสำหรับชาวบ้านมาช้านาน

ประวัติการใช้สมุนไพรในประเทศไทย

    ประเทศไทยมีภูมิอากาศที่เหมาะสมต่อการเจริญงอกงามของพืชนานาชนิด โดยเฉพาะพืชสมุนไพร มีอยู่มากมายเป็นแสนๆ ชนิด ทั้งที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติและจากการเพาะปลูก บางชนิดก็ใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตยาแผนปัจจุบัน สมุนไพรหลายชนิด ถูกนำมาใช้ในรูปของยากลางบ้าน ยาแผนโบราณ รากฐานของวิชาสมุนไพรไทยได้รับอิทธิพลจากประเทศอินเดียเป็นส่วนใหญ่